Archive for the ‘KM’ Category

ความสามารถในการเข้าถึงความรู้ของโลก

  ในการนำความรู้มาใช้สร้างนวัตกรรม หรือ เพื่อพัฒนาส่วนต่างๆของสังคม โดยการปรับปรุงให้ดีขึ้นทีละเล็กละน้อย (Continuous Improvement) นั้น วงการวิชาการและวงการบริหารจัดการของไทยมักเข้าใจผิด ว่าจะต้องทำโดยสร้างความรู้ของเราขึ้นใช้เองทั้งหมด เป็นความเข้าใจผิดที่คิดสุดโต่งไปทางหนึ่ง และเป็นแนวทางของนักวิชาการ ส่วนผู้ประกอบการและผู้บริหารประเทศ ก็มักคิดสุดโต่งไปอีกทางหนึ่ง คือ รับถ่ายทอด (จริงๆคือซื้อ) ความรู้ หรือ เทคโนโลยีของต่างประเทศมาใช้ทั้งดุ้น ด้วยความมั่นใจว่าเป็นความรู้หรือเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล   แนวทางที่ถูกต้อง คือ แนวทางผสมผสาน ใช้ความรู้หรือเทคโนโลยีจากทั้งโลกอย่างชาญฉลาด ในกรณีที่ไม่มีความรู้หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม หรือมีแต่ยังไม่เหมาะสม เราก็ดัดแปลง หรือสร้างขึ้นเอง โดยต่อยอดจากความรู้หรือเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว ให้ส่วนของการสร้างเองนั้นน้อยที่สุด ใช้เงิน เวลา และแรงงานวิจัย (แรงสมอง) ให้น้อยที่สุด ในแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์เช่นนี้ประเทศไทยจะต้องมีความสามารถในการ(1)เข้าถึงความรู้และเทคโนโลยีของทั้งโลก (2)รู้จักเลือกใช้ความรู้จากภายนอก (3)ทำวิจัยปรับปรุง ดัดแปลง หรือสร้างต่อยอด ความรู้หรือเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว   แหล่งความรู้ของโลกในปัจจุบันส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ทางอินเทอร์เนต ทักษะในการสืบค้นผ่านอินเทอร์เนตจึงเป็นเรื่องสำคัญ ความรู้ว่าฐานข้อมูลของเรื่องใดอยู่ที่ไหน          การจัดระบบให้คนในประเทศไทย รวมทั้งนักวิชาการสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่ไม่แพงเกินไป จึงเป็นเรื่องสำคัญ เวลานี้เรายังขาดการจัดการการซื้อวารสารวิชาการ สิทธิในการเข้าถึงฐานข้อมูล ฯลฯ ที่จะก่อให้เกิดการประหยัด ยังอยู่ในลักษณะต่างคน […]

ทฤษฏี หลักการจัดการความรู้ KM

  โลกยุคปัจจุบัน แข่งขันกันด้วยการสร้างนวัตกรรม (Innovation) เป็นปัจจัยหลักสำหรับนำมาใช้ขับเคลื่อนความอยู่ดีกินดีและความสุขของคนในสังคม และแข่งขัน-ร่วมมือกับสังคมอื่นประเทศอื่น ไม่ใช่แข่งขันกันด้วยการสั่งสมปัจจัย (Factors Accumulation) เช่น ทรัพยากรธรรมชาติทุน หรือแรงงาน เป็นปัจจัยหลัก เหมือนสมัยก่อน การสร้างนวัตกรรม ต้องอาศัยความรู้ กิจกรรมสร้างความมั่งคั่งจากความรู้นั้น       ยิ่งดำเนินการตัวปัจจัยหลักคือนวัตกรรมและความรู้จะยิ่งงอกงามอยู่ในสภาพ “ยิ่งใช้ ยิ่งงอกงาม” แต่การสร้างความมั่งคั่งจากทรัพยากรธรรมชาติ ทุน และแรงงาน ยิ่งดำเนินการตัวปัจจัยหลักจะยิ่งร่อยหรอลงไป อยู่ในสภาพ “ใช้แล้วหมด”การพัฒนาประเทศในแนวทางแรกจึงเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ในขณะที่แนวทางหลัง ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนอย่างที่เห็น ๆ กันอยู่   สรุปได้ว่า โลกยุคปัจจุบัน เป็นโลกยุคสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-Based Society  and Economy) ทุกสังคมจะต้องมีความสามารถในการนำความรู้มาสร้างนวัตกรรมสำหรับใช้เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมความรู้และนวัตกรรมที่สร้างขึ้นนั้น จะต้องก่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนต่างๆ ที่มีความแตกต่างหลากหลายอย่างทั่วถึง และขับเคลื่อน ทั้งเศรษฐกิจเพื่อการแข่งขัน และเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสมดุล สังคมไทยจะต้องพัฒนาความสามารถในการสร้างนวัตกรรมจากความรู้ เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับเปลี่ยนกระบวนทัศน์(Paradigm Shift หรือ Mindset Change) ของทั้งสังคม สังคมไทยจึงจะอยู่รอดได้จากสภาพบีบคั้นรอบด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพบีบคั้นจากกระแสโลกาภิวัตน์   ศาสตราจารย์ […]

สำนักงานธนานุเคราะห์

KMCOP – Addonknowledge KMCOP GURU สำนักงานธนานุเคราะห์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเต็มที่และมีความสุข

การสร้างความรู้จากความสามัคคี

องค์กรแห่งการเรียนรู้ องค์กรเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิต อะไรที่มันรับได้ก็จะรับไว้ อะไรที่รับไม่ได้ก็จะสร้างภูมิคุ้มกันแล้วกำจัดมันออกไป องค์กรจะเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง ถ้าทำไม่ได้มันก็จะตายไป คำพูดประโยคนี้ทำให้ผมเห็นภาพขององค์กรธุรกิจชัดเจน เห็นถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นเหมือนสันดานที่บางครั้งแก้ไม่หาย ความถนัด ความชอบ ที่แตกต่างจากองค์กรอื่น แต่สิ่งที่ผมพยายามขายความคิดให้กับองค์กรไทยๆ เราก็คือ องค์กรแห่งการเรียนรู้ ที่มีการเรียนรู้กันทั้งองค์กร ไม่ใช่รู้แค่ระดับบริหารระดับสูงที่คิดเองเป็นแต่ไม่สามารถถ่ายทอดให้ระดับปฏิบัติงานทำได้ เช่นเดียวกับการเรียนหนังสือที่สมองจำได้ แต่มือทำไม่เป็นนั่นเอง องค์กรที่เรียนรู้เป็น จะหาทางอยู่รอดและเติบโตเองได้ องค์กรที่เรียนรู้จะเป็นอย่างไร ก็เหมือนกับคนที่ฉลาดขึ้นทุกวัน ผิดแล้วไม่ผิดซ้ำซาก รู้จักคิดเองไม่ต้องให้ใครมาสั่งทุกเรื่อง สามารถคิดวิเคราะห์หาทางแก้ปัญหาได้ พูดง่ายๆ เป็นองค์กรในอุดมคติที่ผู้บริหารทุกคนอยากจะเห็น ไม่ต้องมาจ้ำจี้จ้ำไชให้แต่ละคนทำตามคำสั่ง ไม่ต้องให้นายมาทำหน้าที่คิดแก้ปัญหารายวัน ไม่ต้องให้นายมาทำหน้าที่ตัดสินใจงานประจำ แต่ผู้ปฏิบัติสามารถเรียนรู้และปฏิบัติเองได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ดีขึ้นทุกวันเก่งมากขึ้น ในแนวทางที่ผู้บริหารวางไว้ เรามักจะเห็นว่าบริษัทใหญ่ๆ ที่เติบโตขึ้นไปได้อย่างเป็นระบบนั้น เพราะคนทุกระดับในองค์กรของเขาสามารถตัดสินใจในขอบข่ายที่ตนรับผิดชอบได้ และเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาเอง นำเอาสิ่งที่ตนเองเรียนรู้มาถ่ายทอดให้กับส่วนอื่นๆ ไปปฏิบัติเหมือนๆ กันเพื่อให้เป็นระบบเหมือนๆ กันทั้งองค์กร